บุนเดสลีกา เยอรมัน ประวัติการแข่งขัน ทีมชั้นนำ และคู่มือการเดิมพันบอลในลีก
บุนเดสลีกา เยอรมันเป็นลีกฟุตบอลที่รวมทั้งประวัติศาสตร์อันยาวนาน สโมสรที่มีฐานแฟนบอลเหนียวแน่น นักเตะดาวรุ่งจากอะคาเดมี และการแข่งขันที่ขึ้นชื่อเรื่องจำนวนประตูมากที่สุดในบรรดาลีกใหญ่ของยุโรป แต่ละทีมมีรูปแบบการเล่นแตกต่างกัน ตั้งแต่ทีมที่ไล่บีบตั้งแต่แดนบนตลอดเก้าสิบนาที ไปจนถึงทีมที่ถอยตั้งรับเป็นบล็อกแล้วรอสวนกลับด้วยความเร็ว ความหลากหลายเหล่านี้ทำให้ผลการแข่งขันไม่ได้ขึ้นอยู่กับชื่อชั้นของสโมสรเพียงอย่างเดียว แฟนบอลจึงควรศึกษาฟอร์มล่าสุด ความพร้อมของผู้เล่น โปรแกรมแข่งขันและลักษณะการเล่นของคู่แข่งร่วมกันก่อนวิเคราะห์ผล สำหรับผู้ที่สนใจ เว็บแทงบอล บุนเดสลีกา ควรเริ่มจากทำความเข้าใจโครงสร้างของลีกและรายละเอียดของตลาดเดิมพันก่อนวางบิล เพราะแฮนดิแคปกับสูงต่ำใช้หลักตัดสินผลต่างกัน ความเป็นมาของบุนเดสลีกา พัฒนาการของการแข่งขัน กติกา ระบบคนแนน ความหมายของโล่แชมป์ วิธีอ่านรูปเกมและราคาบอลลีกนี้สำหรับมือใหม่ โดยเน้นใช้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจมากกว่าการเลือกตามความชอบส่วนตัว
สารบัญ บุนเดสลีกา
ความเป็นมาของบุนเดสลีกา มีจุดเริ่มต้นมาจากไหน ก่อนเป็นลีกสูงสุดของเยอรมนี
ก่อนมีชื่อบุนเดสลีกา ฟุตบอลระดับสูงสุดของเยอรมนีตะวันตกไม่ได้ใช้ลีกเดียวทั้งประเทศ แต่แบ่งเป็นโอเบอร์ลีกาห้าภูมิภาค ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคตะวันตก ภาคตะวันตกเฉียงใต้ ภาคใต้ และเบอร์ลิน ทีมที่ทำผลงานดีที่สุดของแต่ละภูมิภาคจะได้สิทธิ์มาแข่งรอบชิงแชมป์ประเทศในช่วงท้ายฤดูกาล ระบบนี้ทำให้สโมสรชั้นนำแต่ละแห่งได้เจอคู่แข่งระดับเดียวกันเพียงไม่กี่นัดต่อปี ผู้บริหารฟุตบอลเยอรมันในเวลานั้นมองว่าเป็นข้อเสียเปรียบเมื่อเทียบกับอังกฤษ อิตาลี และสเปน ซึ่งมีลีกอาชีพเต็มรูปแบบและผลักดันมาตรฐานผู้เล่นได้ต่อเนื่องกว่า หลังจากถกเถียงกันหลายปี สมาคมฟุตบอลเยอรมันจึงลมมติจัดตั้งลีกอาชีพระดับประเทศในการประชุมที่เมืองดอร์ทมุนด์
เมื่อวันที่ 28 กรกฏาคม ค.ศ. 1962 ฤดูกาลแรกของบุนเดสลีกาเริ่มแข่งขันเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม ค.ศ. 1963 โดยมีสโมสรเข้าร่วมทั้งหมด 16 ทีม ซึ่งคัดเลือกจากผลงานย้อนหลังในโอเบอร์ลีกา ความมั่นคงทางการเงิน และความพร้อมด้านสนามแข่ง สโมสรที่คว้าแชมป์บุนเดสลีกาในสมัยแรกคือทีม เอฟซี เคิล์น จุดเปลี่ยนครั้งนี้เป็นการรวมการแข่งขันที่เคยกระจายอยู่ตามภูมิภาคให้มาอยู่ในตารางเดียวกัน และเปิดทางให้ฟุตบอลเยอรมันเข้าสู่ระบบอาชีพอย่างเป็นทางการ
พัฒนาการของบุนเดสลีกาในแต่ละยุค และการเติบโตฟุตบอลเยอรมัน
ช่วงทศวรรษ 1970 เป็นยุคที่สโมสรเยอรมันก้าวขึ้นมาครองเวทียุโรปอย่างชัดเจน ทั้งจากทีมที่วางระบบเกมรับแน่นหนาและทีมที่เล่นเกมรุกเปิดกว้าง การแข่งขันภายในลีกในยุคนั้นสูสีจนแชมป์มักตัดสินกันในนัดท้ายๆ ของฤดูกาล อย่างไรก็ตาม ลีกยังต้องผ่านเรื่องสำคัญอีกหลายอย่างเมื่อเกิดกรณีล็อกผลการแข่งขันในฤดูกาล 70-71 ซึ่งนำไปสู่การลงโทษสโมสรและผู้เล่นจำนวนมาก และทำให้ระบบตรวจสอบของลีกถูกยกเครื่องใหม่ทั้งหมด เมื่อเยอรมนีรวมประเทศใน ค.ศ.1990 โครงสร้างลีกต้องรองรับสโมสรจากฝั่งตะวันออกเพิ่มเข้ามา ฤดูกาล 91-92 จึงเป็นฤดูกาลพิเศษที่มีสโมสรแข่งขันถึง 20 ทีมก่อนปรับกลับมาเป็น 18 ทีมในฤดูกาลถัดไป
จุดเปลี่ยนด้านการบริหารเกิดขึ้นในปี 2001 เมื่อมีการก่อตั้งองค์กรลีกอาชีพขึ้นมาดูแลบุนเดสลีกาและบุนเดสลีกา 2 โดยตรง แยกงานออกจากสมาคมฟุตบอลที่ดูแลภาพรวมของประเทศ ผลงานที่ไม่เป็นไปตามเป้าของทีมชาติในช่วงต้นปี 2000 ยังทำให้ลีกกำหนดเงื่อนไขใบอนุญาตใหม่ บังคับทุกสโมสรในสองลีกสูงสุดต้องมีศูนย์ฝึกเยาวชนตามมาตรฐานที่กำหนด ซึ่งกลายเป็นรากฐานของการผลิตผู้เล่นรุ่นใหม่
รูปแบบการแข่งขันบุนเดสลีกา จำนวนทีม โปรแกรมแข่ง และระบบคะแนน
บุนเดสลีกายุคปัจจุบันมีสโมสรเข้าร่วม 18 ทีม แต่ละทีมต้องพบคู่แข่งอีก 17 สโมสรทั้งในบ้านและนอกบ้าน จึงลงแข่งขันทีมละ 34 นัดรวมการแข่งขันทั้งหมด 306 นัดต่อหนึ่งฤดูกาล จำนวนจัดที่น้อยกว่าลีกซึ่งใช้ระบบ 20 ทีมอยู่ 4 นัดทำให้ตารางแข่งขันของสโมสรเยอรมันไม่แน่นเท่า และมีนัดกลางสัปดาห์น้อยกว่าโดยเปรียบเทียบ อีกลักษณะเฉพาะที่ไม่มีในลีกอังกฤษคือช่วงพักฤดูหนาว ซึ่งกินเวลาราวสีสัปดาห์ตั้งแต่กลางเดือนธันวาคมถึงกลางเดือนมกราคม ช่วงพักนี้ตรงกับตลาดซื้อขายกลางฤดูกาลพอดีทีมจึงมีเวลาทั้งฟื้นฟูนักเตะที่บาดเจ็บ ปรับแผนการเล่น และเสริมผู้เล่นใหม่ ระบบคะแนนเข้าใจได้ไม่ยาก ทีมที่ชนะได้ 3 คะแนน เสมอได้รับทีมละ 1 คะแนน
ส่วนทีมแพ้ไม่ได้คะแนน เมื่อแข่งขันครบทุกนัดสโมสรที่มีคะแนนรวมสูงสุดจะคว้าแชมป์บุนเดสลีกา หากสองทีมขึ้นไปมีคะแนนเท่ากัน อันดับจะพิจารณาจากผลต่างของประตูได้เสียแทน ตามด้วยจำนวนประตูที่ยิงได้ คะแนนจากการพบกันโดยตรงและจำนวนประตูจากเกมที่พบกันตามลำดับ ด้านท้ายตารางใช้ระบบที่ต่างจากลีกอื่นอย่างชัดเจน ทีมอันดับ 17 และ 18 ตกชั้นไปเล่นบุนเดสลีกา 2 ทันที ขณะที่ทีมอันดับ 16 ต้องไปเตะเพลย์ออฟสองนัดเหย้าเยือนกับทีมอันดับ 3 ของบุนเดสลีกา 2 เพื่อชิงสิทธิ์อยู่ต่อ เงื่อนไขนี้ทำให้อันดับ 16 ยังมีทางรอด และทำให้เกมช่วงท้ายฤดูกาลของทีมกลุ่มล่างมีเดิมพันต่างจากลีกที่ให้สามอันดับสุดท้ายตกชั้นตรง
ถ้วยรางวัลบุนเดสลีกาและความหมายของการคว้าแชมป์ลีกสูงสุดเยอรมนี
รางวัลของแชมป์บุนเดสลีกาไม่ได้มีรูปทรงเป็นถ้วยแบบลีกอื่น แต่เป็นโล่เงินขนาดใหญ่ที่เรียกกันว่าไมสเตอร์ชาเลอ ซึ่งแปลตรงตัวว่าจานแชมป์ ตัวโล่ทำจากเงินสเตอร์ลิงประดับด้วยหินทัวร์มาลีนและเนไฟรต์มีน้ำหนักราว 11 กิโลกรัม จึงต้องใช้ผู้เล่นหลายคนช่วยกันชูขึ้นเหนือศรีษะในพิธีมอบรางวัล โล่ใบนี้ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1949 ซึ่งเป็นช่วงก่อนมีบุนเดสลีกา และถูกนำมาใช้เป็นรางวัลของแชมป์ลีกตั้งแต่ฤดูกาลแรกเป็นต้นมา บนโล่จะมีการจารึกชื่อสโมสรที่คว้าแชมป์พร้อมปีที่ได้ เรียงต่อกันไปตามลำดับ เมื่อพื้นที่เดิมถูกใช้จนเต็มก็ต้องเพิ่มวงแหวนรอบใหม่เพื่อรองรับชื่อจารึกต่อไป อีกสัญลักษณ์ที่ผูกกับความสำเร็จในลีกนี้คือดาวบนหน้าอกเสื้อแข่ง
ซึ่งใช้ระบบนับตามจำนวนสมัยที่คว้าแชมป์ในบยุคบุนเดสลีกา สโมสรที่ได้แชมป์ 3 สมัยจะติดดาวได้หนึ่งดวง 5 สมัยได้สองดวง 10 สมัยได้สามดวง 20 สมัยได้ 4 ดวง และ 30 สมัยได้ 5 ดวง จุดที่หลายคนจะชอบเข้าใจผิดคือดาวพวกนี้นับเฉพาะแชมป์ตั้งแต่ฤดูกาล 1963-64 เป็นต้นมาเท่านั้น ไม่ได้รวมแชมป์ประเทศในยุคโอเบอร์ลีกาก่อนหน้านั้น ความสำคัญของการคว้าแชมป์จึงไม่ได้อยู่ที่ตัวโล่เพียงอย่างเดียว เพราะทีมต้องรักษามาตรฐานตลอด 34 นัด โดยเฉพาะปีที่ทีมลุ้นแชมป์มีคะแนนใกล้เคียงกัน สโมสรจึงต้องบริหารทั้งผู้เล่นตัวจริง ตัวสำรอง โปรแกรมบอลถ้วยในประเทศและยุโรป อาการบาดเจ็บ และแรงกดดันจากการแข่งขันต่อเนื่อง ทำให้จารึกอยู่บนไมสเตอร์ชาเลอจึงเป็นหลักฐานว่าสโมสรรักษาผลงานได้ดีที่สุดตลอดฤดูกาล
แทงบอลบุนเดสลีกาแบบแฮนดิแคป อ่านทีมต่อ ทีมรอง และแต้มต่ออย่างไร
แฮนดิแคปเป็นตลาดเดิมพันที่นำแต้มต่อมาใช้ลดความแตกต่างระหว่างสองทีม ทีมที่ถูกประเมินว่ามีโอกาสชนะมากกว่าจะเป็นทีมต่อ ส่วนอีกฝั่งเป็นทีมรอง ผู้เล่นไม่ได้ทายเพียงว่าใครชนะการแข่งขัน แต่ต้องพิจารณาว่าทีมต่อจะชนะขาดเกินราคาหรือทีมรองจะรักษาผลต่างไว้ได้ ตัวอย่างเช่น ทีม A ต่อ 0.5 ประตูหมายความว่าฝั่งทีม A ต้องชนะจึงตัดสินใจเป็นฝ่ายชนะเดิมพัน หากเกมจบเสมอหรือทีม A แพ้ฝั่งทีมรองจะเป็นผู้ชนะตามเงื่อนไขราคา ราคาเสมอหรือ 0 หมายถึงไม่มีฝ่ายใดได้แต้มต่อ หากทีมที่เลือกชนะจะได้ผลชนะเดิมพัน หากเสมอจะคืนเงินเดิมพัน ส่วนราคา 0.5 ไม่มีผลได้ครึ่งหรือเสียครึ่ง เพราะผลจะตัดสินเต็มจำนวน ขณะที่ราคา 1 ลูกหากเลือกทีมต่อแล้วชนะพอดีหนึ่งประตูจะคืนเงิน
แต่ถ้าชนะตั้งแต่สองประตูขึ้นไปจึงได้ผลชนะเต็ม ราคาที่มี 0.25 หรือ 0.75 เป็นราคาแบ่งเงินเดิมพันออกเป็นสองส่วนเช่น ทีมต่อ 0.25 เท่ากับแบ่งครึ่งหนึ่งไว้ที่ราคาเสมอและอีกครึ่งไว้ที่ 0.5 หากเกมจบเสมอ ฝั่งทีมต่อจะเสียครึ่ง ส่วนทีมรองจะได้ครึ่ง อีกตัวอย่างคือทีมต่อ 0.75 ซึ่งแบ่งเป็นต่อ 0.5 กับต่อ 1 หากทีมต่อชนะหนึ่งประตูจะเสียครึ่ง ส่วนทีมรองจะได้ครึ่ง อีกตัวอย่างคือทีมต่อ 0.75 ซึ่งแบ่งเป็นต่อ 0.5 กับต่อ 1 หากทีมต่อชนะหนึ่งประตูจะได้ครึ่ง แต่ถ้าชนะตั้งแต่สองประตูขึ้นไปจะได้เต็ม สิ่งที่ควรระวังเป็นพิเศษในบุนเดสลีกาคือช่องว่างระหว่างทีมนำกับทีมกลางตารางที่มักกว้างกว่าลีกซึ่งการแข่งขันสูสี ราคาต่อลูกครึ่งหรือสองลูกจึงพบได้บ่อยกว่า และค่าน้ำของฝั่งต่อในราคาระดับนั้นส่วนใหญ่จะแพงตามไปด้วย
เดิมพันสูงต่ำบุนเดสลีกา ประเมินจำนวนประตูจากข้อมูลใดบ้าง
ตลาดสูงต่ำไม่ได้เลือกทีมชนะ แต่ทายว่าจำนวนประตูรวมของทั้งสองทีมจะสูงหรือต่ำกว่าเส้นที่กำหนด ตัวอย่างเช่น ราคา 2.5 ประตูหากเลือกสูง ต้องมีประตูรวมตั้งแต่ 3 ลูกขึ้นไปจึงชนะ แต่หากเกมจบด้วย 0, 1 หรือ 2 ประตู ฝั่งต่ำจะชนะ ราคาแบบครึ่งลูกอย่าง 2.5 จึงไม่มีผลคืนทุน เพราะจำนวนประตูจึงไม่สามารถจบตรงครึ่งประตูได้ ราคา 3 ประตูมีโอกาสคืนเงิน หากเลือกสูง 3 แล้วเกมจบด้วยประตูรวม 3 พอดีจะได้ระบบคืนเงินเดิมพัน แต่ถ้ามีตั้งแต่ 4 ลูกขึ้นไปจึงชนะ ราคา 2.75 เป็นการแบ่งเงินครึ่งหนึ่งไว้ที่ 2.5 และอีกครึ่งที่ 3 หากเกมจบสามประตู ฝั่งสูงจะได้ครึ่งและฝั่งต่ำเสียครึ่ง ขณะที่ราคา 3.25 แบ่งเป็น 3 กับ 3.5 หากจบสามประตู ฝั่งสูงจะเสียครึ่งและฝั่งต่ำได้ครึ่ง
จุดที่ทำบุนเดสลีกาต่างจากลีกอื่นคือเส้นมาตรฐานที่สูงกว่า ลีกอื่นจะเปิดราคา 2.5 ประตู แต่ลีกเยอรมันเปิดที่ 2.75 ถึง 3.25 เป็นเรื่องปกติ ส่วนที่เพิ่มขึ้นมาคือค่าที่ผู้ตั้งราคาบวกไว้แล้วจากลักษณะของลีก การเลือกฝั่งสูงเพราะเชื่อว่าเยอรมันประตูเยอะจึงเท่ากับจ่ายเงินซื้อข้อมูลที่ตลาดรู้อยู่ก่อนแล้ว ข้อมูลสำคัญสำหรับประเมินสูงต่ำบุนเดสลีกาคือค่าเฉลี่ยประตูได้และประตูเสีย ควรดูแยกผลงานเหย้ากับเยือน ตรวจสอบว่าทีมสร้างโอกาสยิงได้มากเท่าไหร่ ประตูส่วนใหญ่เกิดขึ้นในครึ่งแรกหรือครึ่งหลังของเกม และมีผู้เล่นแนวรุกหรือแนวรับคนสำคัญขาดหายไปหรือเปล่า หากเป็นช่วงที่ฟอร์มห้านัดหลัง คาบเกี่ยวกับช่วงพักฤดูหนาว ควรคำนวณให้ดีก่อน เพราะทีมที่กลับมาหลังพักสี่สัปดาห์อาจไม่ใช่ทีมชุดเดิมกับสถิติที่บันทึกไว้